Miss'4

posted on 02 Nov 2009 18:38 by tkrainbow  in MISS

 


Miss' (TKLOVESERIES)
ตอน' ข้อความ
By TKRainbow




'คืนนี้กลับดึกนะ ไม่ต้องรอ นอนไปได้เลย'




- -




คีย์ อ่านข้อความที่แทมินอุตส่าห์ส่งมาบอกด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ เอ่อ...เมื่อเย็นคุยกันไปแล้วนะ จำได้ว่าบอกไปแล้วแน่ๆ ว่ามาค้างบ้านจงฮยอน เพราะมัวแต่พูดมากน่ะสิ ตอนโทรไปไม่ยอมตั้งใจฟังเขาพูดน่ะสิ เชอะ! ตอนนี้เลยยังคิดว่าเขายังอยู่บ้านน่ะสิ


คีย์จัดการพิมพ์ข้อความตอบกลับไปเลย....



‘ไม่ต้องห่วงจ๊ะ เพราะยังไงฉันก็ไม่เคยนอนรอใครบางคนหรอกจ๊ะ คืนนี้หลับสนิทแน่นอน ไม่มีคนกวน’




ส่งเสร็จแล้วก็นั่งยิ้มอยุ่หน้าโต๊ะอ่านหนังสือ โดยมีสายตาของ จงฮยอน อนยู ชินอุนมองด้วยสายตาจับผิด

มองโทรศัพท์มือถือ...ในมือคีย์ รอให้เผลอก่อน....จงฮยอนยิ้ม

เพราะ ว่าใกล้จะสอบอยู่แล้วน่ะสิ ถึงได้มุ่งมั่นอ่านหนังสือกันอย่างเอาเป็นเอาตาย จงฮยอนซึ่งมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าสุด ไม่ยอมเสียเวลาที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดไป$เด็ดขาด จงฮยอนนัดให้ทุกคนมานอนค้างอ่านหนังสือที่บ้านเกือบทุกวัน โดยเฉพาะคีย์ที่จงฮยอนแทบจะไปขนเสื้อผ้าคีย์มานอนค้างที่บ้านตัวเองอย่าง ถาวรเลยเชียว จงฮยอนบอกว่าเขาอ่านหนังสืออยู่บ้านคนเดียวน่ะไม่ค่อยจะมีสมาธิ เพราะจะเอาเวลาไปฝุ้งซ่านอยู่กับเรื่องไม่เป็นเรื่องเสมอ


ไม่จริงสักหน่อย...เขาก็ขยันอยู่ตลอดเวลาเหอะ




‘ตี๊ดๆ’


มีข้อความตอบกลับมาใหม่แล้ว...คีย์กำลังจะเปิดอ่าน


“คีย์ ปิดโทรศัพท์ด้วยสิ มันรบกวนคนอื่นเขารู้ไหม” จงฮยอนกระแอม ทำเสียงมาดเข้ม อนยูกำลังจะบอกเลยว่าไม่เห็นต้องทำขนาดนี้ แต่พอเจอจงฮยอนกับชินอุนส่งซิกกันมาอนยูก็ถึงบางอ้อ


“คีย์...ปิดมือถือดีกว่านะ ฉันอ่านหนังสือไม่รู้เรื่องเลย”


คีย์หน้าค้อนเมื่อเจออนยูอีกคนหันมาบอกเขาแบบนี้ ปิดก็ได้ แต่ไงก็ขออ่านข้อความก่อนละกัน
กำลัง จะเปิดอยู่แล้ว มือถือในมือตัวเองก็ลอยไปอยู่ในมือชินอุน จัดการปิดเครื่องให้เสร็จสรรพ แล้ววางมันบนโต๊ะข้างๆ จงฮยอน ยังไม่ทันได้อ่านข้อความจากแทมินเลย


“อะไรของพวกนายเนี่ย เอามาเลยนะ” คีย์ลุกขึ้น เอื้อมตัวไปคว้าโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างจงฮยอน แต่จงฮยอนมือไวกว่า หยิบได้แล้วลุกหนี คีย์ปีนข้ามโต๊ะมาแย่งจงฮยอนก็วิ่งหนี กลายเป็นว่าสองคนวิ่งอยู่รอบโต๊ะกันไปแล้ว

“พอได้แล้ว พอๆ” อนยูเข้ามาขวางจงฮยอน จงฮยอนเบรกไม่อยู่ หน้าปะทะเข้าแผ่นอกแข็งเต็มๆ

“โอ๊ย อนยู!!”

“คืนคีย์ไปเหอะ”

อนยู จับข้อมือจงฮยอนไว้ แกะมือถือที่จงฮยอนกำไว้ แล้วส่งคืนให้คีย์ได้สำเร็จ คราวนี้เป็นจงฮยอนที่หน้ามุ่ยเพราะถูกอนยูขัดใจ กลับไปนั่งอ่านหนังสือที่ตรงที่นั่งของตนเองอย่างเงียบเชียบ ชินอุนแยกเขี้ยวยิงฟันให้อนยู ชี้ไปที่จงฮยอนที่กำลังงอนอนยูแก้มป่องพองลมเต็มที่แล้ว

“เฮ้ย ง้อดิวะ” ชินอุนเข้ามากระซิบกระซาบบอก อนยูคลี่ยิ้มแหยๆ

“รู้แล้วน่า...”


ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกนั้นถึงตัวนะจงฮยอน....ฮุฮุ



ไอ้ อาการพ่อแง่แม่งอนระหว่างเพื่อนสองคนนี้ เป็นอะไรที่คีย์เห็นบ่อย เห็นจนซึมซับด้วยความเคยชิน เท่าที่รู้สองคนนี้ไม่ได้เป็นอะไรกัน แต่เวลาเกิดอาการงอนกันขึ้นมา ง้อกันยิ่งกว่าแฟนกันอีก

คีย์รับโทรศัพท์ตัวเองกลับคืนมา เปิดเครื่องเพื่ออ่านข้อความนั้น แต่ว่าเปิดหาเท่าไหร่ๆ ก็ไม่เห็นมี...



“จงฮยอน...นายลบข้อความของชั้น”

“เปล่า ฉันไม่ได้ลบ”

“ชินอุน!”

“อะไร ฉันแค่ปิดเครื่องนะ”

“อย่าให้ฉันรู้เชียวนะ...”


“ก็ฉัน....เปล่า”

เมื่อแต่ละคนยืนกรายว่าไม่รู้กับสาเหตุที่ข้อความของแทมินหายไป ปากบอกว่าไม่ได้ทำ แต่รอยยิ้มแต่ละคนที่ผุดอยู่ที่ใบหน้า โหดร้าย!!!
คีย์ก็เอาผิดใครไม่ได้...ร่างบางแช่งเพื่อนในใจ ขอให้กรรมตามสนองเถิด!! แกล้งกันนักเชอะ


พรึ่บ!!

.
.

แช่งไม่ทันไร จู่ๆ ไฟฟ้าในบ้านก็พร้อมใจกันดับสนิท....


“อ๊ากกกก! ไฟดับ”


.
.
.





สรุป เมื่อคืนมีแต่เรื่องไร้สาระ หนังสือไม่ได้อ่านกันเพราะไฟดับ กว่าไฟจะมาเนี่ยอนยูเผลอหลับคาที่นอนไปแล้ว ส่วนจงฮยอนก็เดินออกไปคุยโทรศัพท์ คุยอะไรก็ไม่รู้กระหนุงกระหนิงได้ที่ มีหัวเราะคิกคัก ส่วนผม.... อยากจะกู้ข้อความคืนมาเหลือเกิน อย่าให้รู้นะว่าใครแอบมาลบ

ผมเลยกดโทรออก จะโทรไปถามเจ้าตัว แต่เจ้าเด็กแสนดีดันไม่ยอมรับโทรศัพท์นี่สิ แล้วจะรู้เรื่องไหมวันนี้

ผมยืนแปรงฟันอยู่ ตื่นคนแรกเลย สักพักจงฮยอนก็เดินสะลึมสะลือมาหยิบแปรงสีฟันแปรงอยู่ข้างๆ ก่อนจะหันมามองผมแล้วหันไปยิ้ม

“ผมนายฟูชะมัด ไม่เป็นทรงเลย”

“อะไร ดูของตัวเองก่อนเหอะ” ผมจงฮยอนก็พอกันแหละ ชี้ตั้งเป็นเสาไฟฟ้าไปแล้ว

“คีย์...วันนี้ไม่อ่านหนังสือกันนะ”

“อ้าว ทำไมอ่ะ?”

“ไปเที่ยวมหาลัยพี่มินโฮกัน”


“นายจะไปเหรอ”

“ใช่ วันนี้ที่คณะพี่เขามีงาน”


“แล้วนายไปรู้ได้ไง”

“ก็เมื่อวานพี่มินโฮโทรมาบอกให้ไปกันน่ะ ไปเหอะนะ จะได้ไปดูคณะที่นายเล็งไว้ไง ไปส่องสถานที่ก่อน”


“ฉันเคยไปแล้วเหอะนะจงฮยอน”


“อะไร ล่ะ แล้วนายจะไม่ไปเป็นเพื่อนฉันเหรอ!!” จงฮยอนหันมาย่นคิ้วทำหน้าตาเง้างอน ทั้งที่ฟองยาสีฟันเต็มปาก ดูตลกมากกว่าน่าสงสารมากเลยอ่ะ

“ไปก็ได้....อ่ะ”

“ดีมาก” จงฮยอนยิ้มหน้าบานหันไปยืนแปรงฟันต่อ ผมได้แต่แอบหัวเราะในใจ อยากจะไปหารุ่นพี่มินโฮสุดปลื้มล่ะสิ.....

ผมปลื้มพี่เขา...แต่ช่วงหลังจงฮยอนถ้าจะเป็นเอาหนักกว่า ได้ข่าวว่าโทรคุยกันทุกวัน
แต่ละคนก็มีมุมน่ารักๆ ของตัวเอง...ไม่เว้นแม่กระทั่งจงฮยอนแฮะ



.
.
.

อย่างกราย เข้าไปในตัวมหาวิทยาลัยได้ไม่ทันไร โปสเตอร์สวยๆ โฆษณาขายของกินละลานตา อันที่จริงก็มีป้ายบอกงานและอย่างอื่นอีกเพียบ แต่ไม่อยู่ในความสนใจแล้ว เอาแต่เดินมองร้านเล็กๆ มีของกินอร่อยๆ เหล่านักเรียน นักศึกษาในชุดฟอร์มเดินกวักไกว่กันเต็มงาน ระหว่างที่จงฮยอนโทรหารุ่นพี่มินโฮ ยืนมองอะไรกินในงานกับอนยูได้ไม่ทันไรเลย โทรศัพท์มือถือเครื่องเดิมดังขึ้น ภายในงานค่อนข้างที่จะเสียงดัง เลยต้องปลีกตัวเดินออกมามุมเงียบๆ


แทมินโทรมาน่ะเอง



‘มาถึงยัง?’


“หา มาถึง ที่ไหน?”


‘….คีย์......’

ปลางสายทำเสียงเฉื่อยๆ เรียกชื่อผม อย่าบอกนะว่าเมื่อคืนแทมินส่งข้อความมาบอกอะไร....


“นี่เราอยู่ไหน พี่อยู่มหาลัยพี่มินโฮน่ะมาป่ะ?”




‘....ไปทำไร...’

“จงฮยอนลากมาเที่ยวอ่ะ แทมินอยู่ไหนเนี่ย?”

ผมเดินเลี่ยงออกมาหลบแถวห้องน้ำ...



‘กำลังจะ.....ช่างมันเถอะ วันนี้เดี๋ยวไปหา กลับมาเร็วๆ ห้ามเหลวไหล’



พูด จบแทมินก็วางไปเสียอย่างนั้น....ยังคุยกันไม่รู้เรื่องเลย ความคิดค้างเติ่งอยู่กับคำว่าช่างมันเถอะของแทมิน ช่างอะไรเล่า! อยากรู้อ่ะ...

เผื่อว่าจะทำผิดอะไรไป....



ผมเดินกลับไปหาพวกจงฮยอนในงาน...งานก็ใหญ่ ก็สนุกดีนะ แต่ว่า....ใจมันก็เอาแต่กังวลกับเรื่องที่เด็กน้อยของเขา ข้อความนั่น...

“จงฮยอน..บอกมาเลยนะ นายลบข้อความของฉันใช่ไหม”

จงฮยอนที่มัวแต่ยืนคุยกับพี่มินโฮหันมามอง ทำสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้...สายตามันฟ้องเหอะ เจ้าเพื่อนบ้า!!

รุ่นพี่มินโฮยิ้มให้ผม ผมได้แต่ยิ้มเจื่อนตอบไป....กำลังนอยด์อย่างถึงที่สุด


“เดี๋ยวงานเลิกแล้ว ไปต่อกันไหมคีย์” พี่มินโฮบอกแจกยิ้มหวานให้ผม

“ไป อยู่แล้วใช่ไหมคีย์ พวกผมไปกันทุกคนแหละครับ” จงฮยอนชิงตอบเสร็จสรรพ ยังไม่ได้พูดสักคำเลยนะว่าจะไปด้วยน่ะ ถ้าไม่ติดว่าต้องรีบกลับไปหาแทมินก็จะไปด้วยหรอก

“วันนี้คง....” ยังไม่ทันจะได้พูดจบ จงฮยอนก็ถลามาปิดปากผม แล้วยังดันศีรษะให้ก้มหน้าตอบรับทำเหมือนจะไป ไม่นะ!!!



……………*



และแล้ว.....เมื่อคนเมาง่ายๆ เจอกับเด็กเชียร์เบียร์ทั้งก๊วน ยังไม่นับพวกเพื่อนพี่มินโฮอีก

สภาพ ตอนลงมาจากรถพี่มินโฮเนี่ย แทบจะพยุงตัวเองไม่พ้นประตู ผมยืนโบกมือให้กับพวกที่เหลือบนรถ ก่อนจะถลาตัวไปที่รั้ว ต้องบอกว่าถลาเลย เพราะว่าตัวเอนจนหน้าแทบจะคะมำล้มอยู่แล้ว...

ในที่สุดก็มีพระเอกขี่ ม้าขาวมาช่วย เจ้าเด็กน้อยเปิดประตูรั้วออกมา ผมแทบจะหลบสายตาไม่ทัน...แม้จะมึนๆ เมาๆ อยู่ ก็ยังรู้ยังมีสติดีกว่า เจ้าเด็กบ้าทำหน้าตาพร้อมจะวีนใส่ผมได้ทุกเมื่อ เพียงแค่เปิดปากเท่านั้นหล่ะ...ร่ายยาวเป็นชุดแน่

“บอกแล้วไงว่า...ห้ามดื่มจนเมาอีก”

.
.

อึ๋ย...เรื่องเก่าขุดมาทำไมเนี่ย


ผม..กำลังมึนมาก นึกคำพูกแก้ตัวไม่ทันเลย


“ก็...ก็..........ก็ ....ยังไม่เมาแบบคราวก่อน..น้า”

แทมินไมได้ยิ้มมากขึ้นเลย เดินเข้ามาพยุงตัวผมเข้าไปในบ้านของผม...นี่คงมารออยู่แล้วใช่ป่ะ น่ารักจริงๆ เลยน้า...แฟนใครไม่รู้เนี่ย

ผมเดินโซซัดโซเซ ตามแรงพยุง วันนี้บ้านผมนอนกันเร็วจัง ไม่มีใครอยู่บ้านอีกแล้ว...

แท มินพยุงขึ้นมาปล่อยไว้ที่เตียง ผมเอนตัวลงนอน....ตาเคลิ้มๆ จะปิด ถ้าไม่รู้สึกถึงอะไรที่มาป้วนเปี้ยนมาจับแถวเสื้อเชิ้ตของตัวเอง ผมลืมตาขึ้น คนที่นั่งอยู่ข้างๆ โน้มตัวอยู่เหนือร่างผม กำลังแกะกระดุมเสื้อออกนั้นไม่ใช่คนอื่น คนใกล้ตัว ใกล้นิดเดียว...

“ไม่ ต้อง...ชั้น ทาม..เองได้” บอกแล้วก็ปัดมือคู่นั้นออก ก่อนจะเริ่มทำการปลดกระดุมเสื้อของตัวเอง นอนถอดเสื้อ ถอดยากจัง เลยต้องลุกนั่งมาถอด แต่ก็ยากอยู่ดี มือไม้มันจับเม็ดกระดุมพลาดตลอดเลยอ่ะ ฤทธิ์น้ำเมาอ่ะดิเนี่ย มึนไปหมดแล้ว

“ทำไม่ได้แล้วจะยังปากเก่ง”

“ทำได้สิ” รีบค้านทันควัน ตั้งสติอันน้อยนิดที่มี ถอดกระดุมที่เกาะอยู่บนเสื้อได้ทุกเม็ดแล้ว...ก็ถอดเสื้อออก

“เห็นมะ...ทำได้”

“อือ..” แทมินพูดแล้วก็ยิ้มกว้าง ก่อนที่จะดันตัวผมลงนอนกับพื้นฟูก จากนั่งๆ อยู่ถูกดันให้นอน มึนกันเลย...รู้สึกตัวอีกทีตอนที่เสื้อหลุดออกไปจากแขนเพราะการดึงของแทมิน ขยับตัวลำบาก..แต่ก็หลุดไปจากตัวจนได้ จากนั้นก็เบลออยู่นานเพราะแทมิน.....จูบ

หัวใจเต้นตึกตึก..ได้กลิ่น แชมพูที่แทมินใช้ด้วย ปากแนบกันอยู่นานเลย ต้องใช้เวลานิดนึง กว่าที่จะซึมซับความอ่อนหวานจากจูบนั้นได้หมด แทมินถอนจูบออก...ตาปรือมองน้องถอดเสื้อกล้ามของตัวเองออก



ถอดเสื้อ...


ทำไม?



เฮอะ!




“...จะทำ...อะไร”


คน ถูกถามโปรยยิ้ม..โน้มหน้าเข้ามาใกล้ๆ ก้มหน้าลงแนบชิดกับกกหู รู้สึกถึงลิ้นเปียกที่กำลังแตะลงบนกลีบหู พาเอาใจเตลิดจนแทบกู่ไม่กลับ..ยิ่งตอนแทมินพรมจูบที่ซอกคอ มือนี่ไปอยู่รอบคอแทมินเรียบร้อยแล้ว...


“พอ..ก่อน”



“..ไม่...”




ทำเสียงเหมือนจะดุใส่ด้วย ใจร้าย.....ก็ยังไม่พร้อมนี่ ยังเตรียมใจไม่พอ (รึเปล่า)


“รู้ไหมวันนี้ ...มีงานประกวดร้องเพลง”


คนพูดพ่นลมหายใจใส่ซอกคอ...เหมือนจะโมโหเล็กๆ ก่อนจะก้มหน้าลงขมที่ลาดไหล่ ถูกฟันคมๆ กัดเอาเบาๆ สะดุ้งเลยอ่ะ

“จริง เหรอ...ไม่เห็นบอกชั้นเลย..” ผมยังคงรักษาสถานะมึนเมาอยู่คงเส้นคงวา ฟังที่แทมินบอกก็ไม่ตกใจ แค่แปลกใจ ไม่รู้สึกผิดด้วย ก็ไม่รู้นี่นา เค้าไม่ผิดเพราะไม่รู้

“ส่งข้อความบอกแล้วไง”


“อ๋อ ข้อความ จงฮยอน..ลบอ่ะ ยังไม่ได้อ่านเลย”

แบบนี้นี่เอง...ที่แท้ ตอนกลางวันที่โทรมาเพราะเรื่องนี้เหรอ

“ทำไม ไม่บอก..จะได้รีบไป” ผมโวยวาย...ปวดใจ แทนที่จะบอกกัน ร่างกายซื่อสัตย์ต่อจิตใจดีแท้ แป๊บเดียวน้ำตาเจ้ากรรมก็ผุดออกมาจากตาจนได้ แทมินเงยหน้าขึ้นมาเกลี่ยน้ำตาออกให้ แถมเสียงกระซิบเบาๆ กล่อมตัวผมที่เบลอๆ หลับไป....


แทมินบอกว่า.... ..



“ถ้าคีย์รีบมา....แล้วเป็นไรไป จะทำไง..”









บ้า...คิดมากน่า ใครจะเป็นอะไรไปง่ายๆ เล่า!!!

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Archives