*----*---*-*.....|| || 12 PM|| || ….*-*---*----*
Cast: TAEMIN X KEY
Author: TKRainbow
Time:6 || vengeance ||
แท
มินมองออกไปนอกหน้าต่างห้องเรียน ในระหว่างที่พลิกหนังสือเปลี่ยนหน้า
สายตาของแทมินหยุดอยู่ที่ผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างหน้าต่าง ชอย มินโฮ
รอจนจังหวะที่ฝ่ายนั้นหันมาสบตาแล้วจึงยิ้ม
รอยยิ้มแบบที่เขามักจะใช้ในการหว่านเสน่ห์ใส่คนรอบข้าง
รอยยิ้มที่เขาคิดจะหว่านพืชเพื่อเอาผลในอนาคต
มินโฮมองแทมินที่หัน
หน้ากลับไปตั้งอกตั้งใจเรียนอยู่ทุกขณะ
ความใคร่รู้สงสัยในพฤติกรรมของแทมินมีมากขึ้น
เมื่อหลายชั่วโมงก่อนนี้ยังทำหน้าตาย มองเขาด้วยสายตาเย็นชา
พอตกบ่ายแทมินกลับยิ้มให้เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
………………………..*
“ขี้โกง ขี้โกง ขี้โกง”
อนยู
หันไปสบตากับคีย์แล้วหัวเราะออกมาพร้อมกันเมื่อจงฮยอนยังไม่เลิกโวยวายใส่
เขาอีก ก็แค่แข่งกันวิ่งจากหน้าร้านบะหมี่ไปยังสุดซอยอีกด้าน
แล้วอนยูก็ชนะจงฮยอน คีย์ไม่เล่นด้วยเพราะอิ่มจนวิ่งไม่ไหว
ที่จงฮยอนบอกว่าขี้โกงนั่นก็เพราะ ตัวเองก็ไม่มีแรงจะวิ่ง อิ่มจนแน่นท้อง
พอก้าวเท้าออกก็จุกซะขาก้าวไม่ออก ผลสุดท้ายคนที่อึดแบบเขาก็ชนะขาด
แค่เขาชนะเอง เลยถูกเหมาไปว่าขี้โกงซะได้
“ผอมแห้งแรงน้อยอย่างนายจะมาสู้ฉันได้ยังไง”
“พูดยังกับนายแรงเยอะกว่าฉันนักงั้นแหละ”
“แน่นอนอยู่แล้ว”
“ยี้ มายกดำเบลแข่งตัดสินดิ”
อนยู
หันไปทางคีย์ที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แล้วหัวเราะกิ๊ก ที่จงฮยอนพูดออกมา
เอาอะไรมาพูด มั่นใจอะไรขนาดนั้น ดูภายนอกก็รู้อยู่แล้วว่าใครจะชนะ
“จงฮยอน อย่าฝืนสังขารเลย ขืนยกดำเบลหนักๆ นายจะได้เตี้ยลงๆ อีก”
จงฮยอนกัดฟัน กำหมัด ถูกจี้จุดอ่อนแบบนี้ ยอมได้ที่ไหน
“ไอ ไอเต้าหู้”
สงคราม
ไล่วิ่งระหว่างเพื่อนสนิททั้งสองคนเริ่มขึ้นแล้ว คีย์ยืนยิ้ม ไม่ได้ห้าม
ก็รู้อยู่แล้วว่าอีกไม่นานไม่อนยูก็จะหมดแรงวิ่ง
หลังจากนั้นหมัดจงฮยอนจะประเคนถึงตัวอนยูในที่สุด ก็นั่นไง แบบที่คิด
อนยูหยุดวิ่ง จงฮยอนเลยประเคนหมัดใส่ท่อนไหล่จนได้
สีหน้าอนยูดูเหมือนเจ็บมาก แท้จริงแล้วอนยูเคยกระซิบบอกกับเขาว่า
แค่แกล้งให้จงฮยอนเหนื่อยเล่นเท่านั้นล่ะ
ประเดี๋ยวจงฮยอนกับอนยูก็เลิกตีกัน
“ไปไหนกันต่อดี” จงฮยอนถามคีย์ คีย์ส่ายหน้าก็ไม่ได้อยากไปไหนหรอก...ก็แค่..อยากอยู่แบบนี้ไปนานๆ
“ไปบ้านนายดีกว่าคีย์”
คีย์
หน้าเหรอเมื่อจงฮยอนแนะให้ไปที่บ้านตัวเอง
สถานที่ที่อยากหลีกเลี่ยงมากที่สุด
อยากจะบอกจงฮยอนเหลือเกินว่าไม่มีบ้านให้กลับไปอีกแล้ว
คนบ้านนั้นผลักไสไล่ส่งเขาออกมาแล้ว ลี แทมินน้องชายของเขา
อยู่กันมานานจนรู้จักนิสัยใจคอดี ไม่มีคำว่าล้อเล่นออกจากปากคนจริงจัง
อนยูเห็นคีย์
มีท่ากระอักกระอ่วน
เห็นเรียวปากบางเม้มติดกันอย่างครุ่นคิดก็หันไปสบตากับจงฮยอน
ปล่อยไว้แบบนี้คงไม่ได้แล้ว
ถึงจะไม่รู้ก็ไม่ควรจะปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ต่อไป
“ก็จะได้ไปเก็บของนายมาให้หมดไงล่ะ”
คีย์
ไม่เชิงตกใจ ไม่รู้ว่าที่จงฮยอนบอกควรจะดีใจหรือเสียใจ
คิดว่าถึงจงฮยอนไม่รู้ก็พอดูออกแหละใช่ไหมว่าตัวเขากำลังมีปัญหากับแทมิน
แต่ว่าจะดีเหรอที่ต้องไปรบกวนถึงขนาดนั้น
แค่นี้นายก็ดีกับฉันจนตอบแทนไม่หมดแล้ว
“ขนของออกมาจากที่นั่นเถอะ
คีย์” อนยูช่วยย้ำเมื่อคีย์มีสีหน้าลังเลใจ
คีย์ไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่หยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมา กดโทรออกหา..แทมิน
“ถ้าหาก...ไม่ให้กลับไป ก็จะไม่กลับไป....อีกล่ะนะ”
อนยู จงฮยอนเข้าใจคำพูดคีย์ได้ทันที ตีความหมายได้ว่าที่คีย์ขอไปค้างด้วย หมายความว่าแทมินไล่ออกมาจากบ้านงั้นสิ
โทรศัพท์ติดแล้ว คนโทรไปอย่างคีย์กลับอ้ำอึ้งเมื่อปลายสายรับแล้วไม่พูดอะไร คีย์ไม่รู้หรอกว่าปลายสายตอนนี้กำ
ลังอยู่ในอารมณ์ไหน โกรธ หรือว่าเกลียดเขาจนไม่อยากจะคุยอีกกันแน่
“ก็ตามใจ”
เสียงแทมินที่ตอบกลับมาเย็นชาราวกับคนไม่รู้จักกัน
อย่างนั้นเหรอ ไม่กลับไปก็ไม่เป็นไรใช่ไหม
“หมอนั่นเป็นน้องชายนายไม่ใช่เหรอไง” จงฮยอนโพล่งออกมา ไม่เข้าใจว่าทำไมคีย์ต้องยอม ไม่เข้าใจว่าทำไมแทมินถึงทำแบบนี้
“มีอะไรก็บอกฉันนะคีย์”
ยิ่งได้ยินอนยูพูดแบบนี้ยิ่งต้องปิดปากเงียบ ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่บอก ไม่พูดเด็ดขาด
………………………..*
คีย์
ให้จงฮยอนกับอนยูรออยู่ข้างนอก
ก็คิดว่ามันคงใช้เวลาไม่นานนักในการเก็บของของเขาซึ่งมีอยู่เพียงน้อยนิด
แต่ระหว่างจะเดินขึ้นบันไดไป พ่อบ้านเดินเข้าหา
มือชี้บอกถึงตำแหน่งที่แทมินสั่งให้โกยของเขาออกมาจากห้องวางกองไว้ตรงนั้น
นั่นแหละถึงได้รู้ว่าอาการพูดอะไรไม่ออก มันเป็นยังไง
แค่หายไปวันเดียว กลับมาถึงบ้านก็พบว่าข้าวของๆตัวเขาเองนั้นถูกนำมากองรวมกันไว้ เหมือนขยะที่รอเอาไปทิ้ง
ตัวเองไม่มีค่าอะไรกับแทมิน...คาดหวังอะไรอยู่ อยากให้แทมินรั้งไว้อย่างนั้นล่ะสิ
คีย์เดินไปเปิดกล่อง บอกพ่อบ้านให้เอากระเป๋ามาให้ แล้วจัดการเลือกเก็บเฉพาะของที่จำเป็นไปเท่านั้น
คีย์
เปิดกล่องหาสิ่งของบางสิ่ง มันคือกรอบรูปที่ใส่ภาพของพ่อกับแม่ไว้
รวมทั้งเขาและแทมิน รูปสมัยเด็กที่ยังมีรอยยิ้มอย่างมีความสุข
มือปาดน้ำตาที่ไหลออกมา หันหลังออกไปจากบ้าน
พอแล้ว....จบสักที ไม่อยากเจ็บมากไปกว่านี้อีกแล้ว
แต่
ก่อนที่คีย์จะได้ออกไป บางอย่างที่นึกออก
เรื่องที่คาใจ...คีย์วางกระเป๋าลงกับพื้น เดินขึ้นบันไดไปยังห้องของแทมิน
บอกพ่อบ้านว่าลืมของไว้ในนั้น แค่ขึ้นไปเอาเท่านั้น
คีย์ปิดประตู
แล้วกดล็อก...กวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องกว้าง บนเตียง ตู้หนังสือเล็กๆ
โต๊ะทำงาน ถ้ามีของสำคัญแทมินก็มักจะเก็บไว้ที่นี่แหละ ไม่มีที่อื่นหรอก
คีย์ก้าวเท้าเข้าไปหยุดยืนอยู่ด้านข้างโต๊ะ
เอกสารของบริษัทวางเรียงอยู่บนโต๊ะ คีย์เลื่อนลิ้นชักด้านซ้ายออก
ในลิ้นชักก็ยังเต็มไปด้วยเอกสารต่างๆ สมุดโน้ตและบัญชีสำคัญๆ
คีย์มองไปยังลิ้นชักด้านขวาซึ่งปกติจะถูกล็อกไว้
คราวนี้พอลองดึงกลับเปิดออกได้ แทมินลืมล็อกอย่างนั้นเหรอ
ข้างในก็มีนามบัตรต่างๆ รวมทั้งบัตรเครดิตวางเรียงราย สมุดบัญชีของแทมิน พ่อ ของตัวเขาเอง..
คีย์
ดึงออกจากซอง เปิดออกดู ยอดเงินที่อยู่ในบัญชีมากจนน่าตกใจ
ลองดูอย่างละเอียดแล้วพบว่ามันถูกโอนมาจากหมายเลขบัญชีหนึ่งอยู่ตลอด
คงเป็นแม่ที่เป็นคนโอนมาให้
ตั้งแต่เมื่อก่อนแล้วที่แม่คอยโอนเงินที่ได้รับจากพ่อมาให้เขา
คีย์ถือสมุดบัญชีไว้ ต้องเอาไปด้วย ออกไปจากที่นี่โดยไม่มีเงินไม่ได้
คีย์
เลื่อนลิ้นชักปิด
เงยหน้าขึ้นตัวก็ผวาถอยหลังด้วยความตกใจกับคนที่ยืนอยู่ที่ประตู
หน้าตาไม่บ่งบอกถึงอารมณ์ใดๆ
มือที่จับลูกบิดให้เปิดออกมาเมื่อครู่คราวนี้ดันประตูกลับไป
ปิดลงแล้วกดล็อก แทมินมองเห็นสิ่งที่เขาถืออยู่
มือจับสมุดบัญชีของตนไว้แน่น ก็มันเป็นของๆ เขา ก็มีสิทธิ์ไม่ใช่เหรอ
“มา
นี่สิ” คนสั่งยังคงยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตู
ถ้าหากไม่ขยับตัวไปตามที่แทมินบอกแล้วล่ะก็
ตอนโกรธจะอารมณ์รุนแรงกว่านี้กี่เท่าตัว
เลยต้องจำใจเดินเข้าไปหาโดยที่ไม่เต็มใจ
“เอามานี่” แทมินยื่นมือออกมา ตามองไปยังสมุดบัญชีที่เขาถือไว้
“อยากไปก็ไป...สมบัติในบ้านนี้เป็นของคนในบ้านเท่านั้น คนนอกไม่มีสิทธ์ยุ่ง”
ในสายตาแทมินที่กำลังมองมา เย็นชา..ว่างเปล่า ไม่มีเขาอยู่ในนั้นเลย
ตั้งแต่ตอนไหนที่เขากลายเป็นแค่คนนอก หูหนวกตาบอด ไม่มีสิทธ์รับรู้อะไร
หัวใจบีบรัดเมื่อได้รู้ว่าแท้จริงแล้วตัวเองเป็นแค่คนอื่น
คีย์คืนสมุดบัญชีให้แทมินด้วยใจที่เจ็บร้าว...โง่...มานานเท่าไหร่แล้ว
สมุด
บัญชีถูกเหวี่ยงออกไปพ้นตัวแทมิน
พร้อมกับร่างเพรียวที่ถูกอุ้มขึ้นและเหวี่ยงลงกระแทกกับเตียงหนา
ช่วงแขนกระแทกกับพื้นเตียงเจ็บจนต้องกลั้นน้ำตา
ไม่มีเสียงร้องหลุดออกมาจากร่างบอบบาง
ปากที่เข้ามาประกบจูบนั้นเต็มไปด้วยโทสะ ความโกรธและเกลียดชัง
น่าจะรู้ดีอยู่แล้วแต่ก็ยังร้องไห้ออกมาอีก
น้ำตาของคีย์เปียกแก้ม
กี่ครั้งแล้วที่เห็นแบบนี้
ก็เลยไม่ค่อยรู้สึกอะไรกับภาพที่คีย์กำลังร้อง..โดยไร้เสียงสะอื้น
ความเจ็บปวดในเบื้องลึกของจิตใจมันกำลังบังคับให้ตัวเองหยุด
แต่ภาพซ้อนทับของผู้หญิงวัยกลางคนขึ้นมาซ้อนทับเรียวหน้าใสของพี่ชาย
แทมินเลื่อนมือขึ้นไปที่ลำคอ อยากจะบีบคอหล่อนให้ตายคามือ
แค้นกับสิ่งที่หล่อนได้ทำเอาไว้
คีย์หวีดร้องเมื่อรู้สึกถึงแรงที่บีบรัดคอ สองมือพยายามแกะแรงที่ถาโถมมาทั้งหมด ลำคอแห้งผาก หายใจไม่ค่อยออก...
“แท...มิน”
สติ
สัมปชัญญะถูกกระชากกลับคืน เสียงของคีย์ไม่ใช่หล่อน
คนที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ คิม จี ซอน แต่เป็นคิม คิบอม แรงที่กำรอบลำคอค่อยๆ
ลดลง แทมินมองร่างที่นอนหายใจอ่อนแรง
ร่างที่เขาขึ้นคล่อมและใช้กำลังข่มเหงทางร่างกาย
และเกือบจะทำสิ่งที่โหดร้ายต่อพี่ชาย...
สิ่งที่เขาทำมันก็เหมือนกับที่ผู้หญิงคนนั้นทำ...ฆาตกร...
ที่
เคยด่าว่าหล่อนไว้ กำลังย้อนกลับเข้าหาตัว แทมินมองมือทั้งคู่ของตนเอง
ขาดสติเพราะความแค้นเข้าครอบงำ เกือบจะฆ่าคนที่สำคัญที่สุดไปแล้ว
แทมินประคองร่างบอบบางเข้ามาไว้ในอ้อมแขน ร่างของคีย์กำลังจะหมดสติ
ตาคู่สวยพยายามฝืนลืมตามองเขา ดวงตาที่แดงกล่ำไปด้วยน้ำตาเอ่อ
มองเขาด้วยความเสียใจตัดพ้อ
“ขอโทษ...ผมขอโทษ”
แทมินห่มผ้า
ให้กับคนที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียง
ใบหน้าเรียวถอดแบบมาจากแม่ราวกับพิมพ์เดียวกัน
ถึงอย่างนั้นก็ควรจะแยกแยะให้ออกว่าใครเป็นใคร
เขาไม่อยากจะเป็นฆาตกรเหมือนคิม จี ซอน...
ถ้าหากไม่มีผู้หญิงคนนี้
ผมกับพี่ คงไม่ต้องเจ็บแบบนี้
………………………..*
พวกเขาทำได้แค่เพียงรอ....
หลัง
จากที่ยืนรอคีย์อยู่นอกรั้ว จนกระทั่งแทมินกลับมาถึงบ้าน
แทมินลงมาจากรถยิ้มแย้มทักทายเหมือนทุกที แล้วยังเชิญเข้ามาในบ้านอีกด้วย
จงฮยอนเกร็ง
วางตัวไม่ถูกตั้งแต่รับรู้ความใจไม้ไส้ระกำของแทมินที่มีต่อคีย์
แทมินเหมือนดูออกว่าเขารู้อะไร แต่ก็ยังคงยิ้มให้เหมือนเดิม
แทมิ
นเดินดุ่มๆ ขึ้นไปชั้นบนเหมือนรู้ว่าคีย์อยู่ข้างบน
สีหน้าตอนที่แทมินมองไปที่บันได เย็นชาเกินวัย..น่าขนลุก
แทมินคนนี้ใช่ไหมที่คีย์กลัว
“คีย์ไม่ลงมาสักที” จงฮยอนบ่น อยากจะตามขึ้นไปข้างบน แต่ติดอยู่ที่พ่อบ้านที่ยืนเป็นหุ่นมองพวกเขาอยู่นี่สิ
จง
ฮยอนตาโต เมื่ออนยูที่นั่งรอเฉยๆ โดยไม่บ่นมาตลอดนั้นเดินไปที่บันไดบ้าน
แม้พ่อบ้านจะเดินมาขวางทางแล้วก็ทำเป็นเดินหันหลังกลับ
พอเผลอก็วิ่งเบียดขึ้นไปยังชั้นบน แค่พ้นบันไดช่วงแรก คนที่กำลังรออยู่ ลี
แทมินเดินลงมาจากบันไดขั้นบนสุด
อนยูกระชากคอเสื้อของแทมินแรงพอ
ที่คนตัวบางกว่าจะลอยหวืดขึ้น อดทนรออย่างใจเย็นไม่ไหวอีกต่อไป
เป็นห่วงคีย์เกินกว่าที่จะอยู่เฉยได้อีก
“คีย์อยู่ไหน”
“บอกมาคีย์อยู่ไหน”
แทมินมองคนตรงหน้าแล้วเหยียดยิ้ม
“หลับอยู่”
“คืนคีย์มาให้ฉัน!”
“คงจะไม่ได้หรอกครับ...เพราะคีย์เป็นของผม”
ไม่
ใช่แค่อนยูแน่ที่กำลังรู้สึกเหมือนใจถูกทึ้งออกเป็นชิ้นๆ
ถูกเหวี่ยงลงไปในเหวลึก ถามว่าเข้าใจไหมที่แทมินต้องการบอก เข้าใจดี
แต่ว่า..ไม่อยากจะคิดไปเอง
“หมายความว่าไง” อนยูถาม
แทมินกำลังจะตอบแต่จงฮยอนก็เข้ามาดึงแขนอนยูให้ปล่อยจากตัวแทมิน
นี่ใช่ไหมที่คีย์ไม่อยากให้อนยูรู้..ใช่ไหม
เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างนายกับน้องชาย....อย่างนั้นใช่ไหม
“อนยู นายปล่อยแทมินก่อนนะ” จงฮยอนวอนขอ สายตาที่เว้าวอนของจงฮยอนทำให้อนยูค่อยๆ ลดแรงจับแล้วปล่อยมือจากแทมิน
จงฮยอนมายืนกั้นระหว่างแทมินกับอนยู สูดลมหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมแรงกายแรงใจให้มากพอที่จะต่อกรกับแทมิน
“วันนี้
คีย์มาเก็บของที่นี่ คีย์จะไปอยู่กับพี่ คีย์บอกเราแล้วไม่ใช่เหรอ”
แข็งใส่กับแทมินไม่ได้หรอก ต้องใช้เหตุและผล แบบที่เขากำลังพยายามจะทำ
“ผมกับพี่..มีเรื่องต้องคุยกันก่อน พี่ยังไปไหนไม่ได้”
“งั้นสัญญาสิ ถ้าคุยจบแล้วจะยอมปล่อยให้คีย์ไปกับพี่”
ประกาย
ตาไม่พอใจจากแทมินนั้นจงฮยอนไม่มั่นใจเลยว่า วิธีนี้จะใช้ได้ผล
แต่มันไม่มีทางอื่นแล้ว ถ้าหากแทมินไม่ฟัง คราวนี้จะไม่ห้ามอนยูอีก
“ได้...ถ้าพี่อยากไป ผมก็จะไม่ห้าม”
To b con

