*----*---*-*.....|| || 12 PM|| || ….*-*---*----*
Cast: TAEMIN X KEY
Author: TKRainbow
Time:5 ||curiosity||
.
.
สัญญานะว่าจะไม่บอกอนยู....
จง
ฮยอนเงียบไปเลยเพียงเขาแค่ขอเงื่อนไข คำสัญญาข้อหนึ่งฉันพร้อมที่จะเล่า
ถ้าหากนายพร้อมที่จะฟัง แน่ใจเหรอว่านายพร้อม จงฮยอน
ฉันมั่นใจว่านายยังไม่พร้อมที่จะรู้เรื่องนี้หรอก แค่นี้ทำได้ไหม
ทำได้รึเปล่า มันเป็นความลับที่ฉันอยากเก็บไว้ ไม่อยากให้เขารู้
ว่าฉันทำอะไรหักหลังเขาไปบ้าง แค่คิดว่านายจะรู้
สิ่งที่ฉันกลัวมันอาจจะเป็นจริง ตัวฉันแปดเปื้อน เกินกว่านายจะรับได้
อนยู...
จงฮยอนตัดสินใจลำบาก ไม่ให้บอกอนยู มันร้ายแรงขนาดนั้นเชียวเหรอคีย์ ถึงขั้นที่ไม่ให้ฉันบอกเขา คนที่น่าจะช่วยนายได้มากที่สุด
“ทำไมล่ะคีย์ ทำไมฉันบอกอนยูมันไม่ได้”
ไม่พูดอะไร ใช้ความเงียบเป็นคำตอบ เพราะถ้าหากพูดไป มันไม่จบแค่นี้
“ฉัน
ถามอะไร...สักข้อได้ไหม คีย์” คีย์ไม่ตอบรับ จงฮยอนก็ถือว่าความเงียบบางที
อาจจะเป็นคำตอบได้ดีที่สุดในตอนนี้ คีย์กำลังคิดอะไรอยู่ไม่รู้
แต่ตอนนี้จงฮยอนต้องเป็นห่วงถึงสองคน คนนึงคือคนข้างๆ
ที่กำลังจะทุกจ์จนเป็นบ้า
ส่วนอีกคนก็คือไอ้บ้าอนยูที่เขาอาจจะต้องตีหน้าซื่อบอกมันไม่รู้อะไร
เขาจะทำได้เชียวเหรอ
“เรื่องมันเกี่ยวกับแทมินใช่ไหม”
เซนต์ของเขามันถูกเมื่อคีย์มีปฏิกิริยากับชื่อนี้...ไม่ต้องตอบก็รู้ว่าใช่แน่ๆ
“แท
มินทำอะไรนายคีย์” ยังจำสีหน้าหวาดหวั่นของคีย์ยามที่เขาเอาสร้อยมาคืนให้
ไม่รู้ว่าแทมินทำอะไร คีย์ถึงได้ดูหวาดกลัวขนาดนั้น
อยากรู้..มันก็ยังเหลือวิธีที่จะได้คำตอบจากปากคีย์
วิธีที่ต้องทำร้ายจิตใจของคีย์ แต่ถ้าหากเขาทำไป แล้วคีย์ล่ะ
คีย์จะรู้สึกยังไงบ้าง
โง่เอ๊ย! จงฮยอน ทำไมทำแบบนี้
จุดประสงค์ที่นายจะถามคีย์น่ะ เพราะอยากให้อีกฝ่ายแบ่งความทุกข์
ความไม่สบายใจมาให้รับรู้ มีอะไรจะได้ช่วยได้
จงฮยอนเห็นสีหน้าหมองหม่นของคีย์แล้วปวดใจแต่นี่ที่เขากำลังทำคือทำให้คีย์
เป็นทุกข์มากกว่าไม่ใช่เหรอไง เขากำลังทำให้คีย์ทรมาน
จงฮยอนพลิกตัวหลัง ถ้าหากมองสีหน้าปวดใจของคีย์มาก ๆเดี๋ยวจะเปลี่ยนใจ บังคับให้คีย์พูดอีก ไม่เอา
“ถ้า
มันพูดยากนัก...ก็ไม่ต้องพูด ....ฉันมันปากสว่างน่ะนะ”
จงฮยอนหัวเราะเยาะเย้ยคำพูดตัวเอง คิดแบบนี้ที่ไหนกันเล่า เปล่าเลยตะหาก
ฉันก็แค่...ไม่ได้....อยากทำ....ให้นายลำบากใจนะ...คีย์
“ฉันเป็น
เพื่อนนายนะคีย์”
จงฮยอนจะไม่ล้ำเส้นความเป็นเพื่อนเข้าไปยุ่งให้คีย์ต้องลำบากใจ
ก็ยังอยากย้ำให้คีย์ได้เข้าใจ คำว่าเพื่อนน่ะ
สำหรับนายแล้วฉันก็พร้อมจะทำเพื่อนายได้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับนายก็ตาม
“ขอบคุณ..” เสียงแผ่วเบาจากคนข้างหลัง ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับคีย์ เขาไม่สามารถช่วยอะไรเลยได้เหรอ
.
.
หนาว ความรู้สึกแรกที่ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองกำลังนอนเพียงลำพัง แค่คิดจะก้าวลงจากเตียงไปอีกห้อง
คิดจะใส่ชุดนอนนอนตากแอร์เย็นในห้องกว้างบนเตียงเดี่ยวที่มีเพียงแค่ตัวเขาเองคนเดียว ลี แทมินคิดผิดแล้ว
ไม่มี ใคร...ให้ไปหา คืนนี้เจ้าของห้องเขาไม่อยู่ห้อง และคืนต่อๆไป ก็จะมีเพียงแค่เขาอยู่ลำพังในบ้านหลังใหญ่แห่งนี้
แท
มินก้าวลงจากเตียงใส่รองเท้าคู่หนานุ่ม เปิดประตูห้องออกไปอีกห้อง
ประตูบานเดิมที่ไม่ได้ล็อก แทมินกดเปิดไฟ
ที่นอนเรียงตึงยังคงอยู่ในสภาพเดิม เพียงแต่ข้าวของภายในห้อง
ถูกเขาสั่งให้เก็บไปหมดแล้ว
เข้ามาดูอะไรก็ไม่เข้าใจ คิดอยากจะเจอก็รู้ว่าไม่อยู่ แล้วจะมาทำไม
ดี
แบบที่ต้องการทุกอย่าง สมใจเขาหมดแล้ว
พรุ่งนี้ก็จะไม่มีใครอยู่ขวางหูขวางตาให้เขาทุรนทุราย
ไม่มีร่างเล็กที่คอยทำหน้าเศร้าทุกครั้งที่เขากระทำบางอย่างให้กายและใจของ
ฝ่ายนั้นเจ็บ ไม่มีใบหน้าที่ละม้ายถอดแบบมาจากผู้เป็นแม่ที่เขาแสนเกลียด
แทมินพลิกตัวไปมา หลังจากที่เอาแต่คิดเรื่องคีย์จนไม่เป็นอันนอน
เอาแต่คิดถึงคนที่เขาจะตัดออกไปให้พ้นจากบ้านหลังนี้
ทุกอย่างที่เขาเห็นว่าจะเป็นการแก้แค้น อะไรที่ทำให้ฝ่ายนั้นเจ็บปวด
เขายินดีทำ ให้ความรู้สึกเกลียดที่พุ่งพล่านในอกชนะตัวเอง
ชนะจิตใจบางส่วนที่มันยังคงทรยศ
ต้องกลับห้องตัวเองไปนอนรอวัน
พรุ่งนี้ที่เขาใจจดใจจ่อกับมันมาก แทมินหัวเราะ เหยียดปากยิ้ม
แล้วก็ต้องปิดตาหลับลงในห้องที่มีแค่เขาคนเดียว
.
.
คีย์
ได้ยินเสียงหยดน้ำกระทบแผ่นกระเบื้องดังมาจากในห้องน้ำ
เสียงนั่น..จงฮยอนกำลังอาบน้ำอยู่ คีย์อยากหลับต่อ
ปิดตาไปได้สักพักจงฮยอนก็ออกมาจากห้องน้ำ ไม่อยากตื่นก็ต้องตื่น
นอกเสียจากว่าจะทำตัวเหลวไหล ไม่ไปเรียน ไม่อยากไป
.....ไม่อยากเจอแทมิน
....ไม่ต้องกลับมาอีก...ไม่ต้องเจอกันอีก
“ไม่ไปได้ไหม”
จงฮยอนกำลังผูกเนคไทอยู่เลย คีย์มาบอกแบบนี้ ไม่ต้องแต่งตัวเลยดีกว่าไหม
“เดี๋ยวก็ตามไม่ทันหรอก” จงฮยอนไม่ถึงกับเป็นเด็กเรียน แค่รำคาญและเบื่อหน่ายเวลาต้องมาตามอ่านย้อนหลัง แบบนี้มันเหนื่อยเปล่านะ
“ไปเรียนก็ได้..” คีย์จำต้องยอมจำนน ในเมื่อจงฮยอนไม่อนุญาต ก็ไม่ได้อยากดื้อนะ แค่ไม่อยากเจอใครบางคนที่โรงเรียน
“ทำหน้าตาอมทุกข์ ปัญหาเยอะจังนะชีวิตนายน่ะคีย์”
“นั่นสิ...เมื่อไหร่.....มันจะจบสักทีล่ะ”
“แต่นายก็ยังมีครอบครัว....”
เสียง
ที่หม่นลงของจงฮยอน เตือนความทรงจำให้คีย์ที่ไม่ทันคิด
จงฮยอน...ไม่มีใครอีกแล้ว เหลือตัวคนเดียวจริงๆ
แม้จะมีเงินที่พ่อแม่เคยเก็บหอมรอมริบไว้ส่วนหนึ่ง
แต่จงฮยอนก็ต้องทำงานพิเศษตอนเย็น
ทำงานหาเงินเพื่อจุนเจือตัวเองในอนาคต....ที่ไม่แน่นอน
“ครอบครัวของ
นายน่าอิจฉานะ”...แม้จะไม่เหลือใครแล้วก็ตาม
แต่ทุกครั้งที่จงฮยอนนึกถึงครอบครัวของตัวเอง รอยยิ้มเล็กๆ
ที่มุมปากจะเกิดขึ้นเสมอๆ
“เทียบกับฉันแล้ว.....มันก็แค่อดีต”
หมายถึง ลี แทมิน คนเดียว ไม่เกี่ยวข้องกับพ่อหรือแม่ คีย์ไม่รู้เลยปัจจุบันและอนาคต.....ไม่รู้เลยว่าจะเป็นยังไง
“เห็น
แก่นาย วันนึง วันนี้โดดกัน” จงฮยอนแกะเนคไทออก เหวี่ยงมันเข้าไปในตู้
เปลี่ยนชุดเป็นชุดลำลองธรรมดา ส่วนคีย์
จงฮยอนต้องแยกเขี้ยวก่อนหรือไงถึงจะกุลีกุจอลุกไปทำอะไรได้รึ
“แล้วอนยูล่ะ โทรไป...ต้องถูกดุแน่ๆ เลย”
จงฮยอนหัวเราะกับสีหน้าเป็นกังวลของคีย์ คิดจะโดดเรียนก็ต้องเจอคุณแฟนสุดที่รักว่าล่ะนะ
อนยู
เองก็ไม่ใช่เด็กเรียนขนาดนั้น จงฮยอนรู้ดี เพราะเป็นพี่คนโตของครอบครัว
ทำให้อนยูค่อนข้างจะมีความรับผิดชอบมากกว่าคนอื่น
เรื่องขาดเรียนก็เลยไม่ค่อยมีกับคนอื่นเขาหรอก
ส่วนเจ้าตัวปัญหา
ที่ชวนโดด ปกติแล้วถ้าไม่มีเรื่องเครียดจนไม่เป็นอันเรียนก็ขยันพอตัว
แต่ถ้าคราวไหนเกิดไม่อยากเรียนขึ้นมา
วันนั้นทั้งวันก็เอาแต่เหม่อลอย...แบบที่กำลังเป็นอยู่
ถึงได้เป็นกังวล...ทำให้เป็นห่วงอยู่ได้นะคีย์เนี่ย
.
.
รู้สึกว่าท้องฟ้าปลอดโปร่ง รู้สึกดี......
เหมือนลมจะเย็นสบายน่านอนกว่าทุกวัน วันนี้ก้อนเมฆเล็กๆ คล้ายปุยนุ่นลอยป่องเต็มท้องฟ้าเลย
คีย์ที่ตอนนี้เอนหลังพิงกับพนักม้านั่งในสวนสาธารณะใกล้โรงเรียนประถม ที่อนยูบอกว่าต้องมาส่งน้องชายน้องสาวก่อนที่จะมาหาได้
“วันนี้
อากาศดี น่าไปหลับในห้องเรียนนะ เปลี่ยนใจกลับไปเรียน ยังทันนะ”
จงฮยอนเองก็เอนหลังพิงมองฟ้างดงามข้างๆ กับคีย์น่ะแหละ
ที่จริงไม่ได้อยากไปอย่างที่พูดหรอก แค่อยากแหย่คีย์เล่น
“สายไปแล้ว..เปลี่ยนใจไม่ทันแล้วเหอะ”
เสียง
ทุ้มและเงามืดที่ทอดลงมาบนหน้าคีย์และจงฮยอน อนยูน่ะเอง จงฮยอนลุกนั่งดีๆ
มองซาลาเปาแก้มป่องที่ยืนแยกเขี้ยวใส่เขาอยู่
แต่พอมองคีย์ล่ะความอ่อนโยนจะต่างกัน มองมากๆ
แล้วอาจเมาความหวานของสองคนนี้ตายได้
คีย์เขยิบที่นั่งไปใกล้จงฮยอน พอให้อนยูได้นั่งลงข้างๆ ได้ คีย์เหลียวมอง ท่าทางอนยูดูเหน็ดเหนื่อย ตาโรยเหมือนคนไม่ได้นอน
“เมื่อ
คืนกว่าเจ้าตัวเล็กจะหลับกัน..เอาแต่เล่นกมส์ไม่ยอมนอนกันง่ายๆ”
อนยูเล่าโดยไม่ต้องรอให้คีย์เอ่ยปากถาม อ่านสายตาออก คีย์เป็นห่วง
“ไม่ใช่นายก็เอาแต่เล่นเกมส์ต่อจากน้องนายเรอะ” จงฮยอนขำหน้าต้าหู้ที่เมื่อครู่ยังยิ้ม พอถูกทักเข้าหน่อยก็ทำหน้าเหี่ยวเชียว
“เปล่าเว้ย”
“ไม่เชื่อ”
“หลอกฉันไม่ได้หรอกอนยู ขอบตาคล้ำดำเชียว”
“ไม่เคยดูหนังเหรอ ผู้ชายขอบตาคล้ำจะเซ็กซี่” อนยูพูดถึงหนังเรื่องที่เคยดูด้วยกัน จงฮยอนจำได้แต่ว่า
“หนังเรื่องนั้นน่ะเค้าหมายถึงผู้หญิงเว้ย”
“ก็เหมือนกันแหละ จริงไหมคีย์”
คีย์พยักหน้าอย่างว่าง่าย ปากยิ้มกว้างยิ่งเห็นจงฮยอนทำหน้าตาไม่ยอมที่เขาเห็นด้วย
“นายเข้าข้างอนยูอ่ะ” ลำเอียงกันทั้งคู่เลย เออออตามกันหมด จะรักกันไปไหนครับสองคนนี้
“คีย์ นายรักอนยูมากกว่าฉันเหรอคีย์”
เป็น
อนยูแล้วคราวนี้ที่เอี้ยวตัวมาจ้องหน้าจงฮยอน
คำถามแบบหาเรื่องมากไปไหมจงฮยอน จงฮยอนหัวเราะ
ก็รู้อยู่แล้วว่าคีย์จะต้องตอบว่าใคร คาดหวังเพราะเคยเล่นแบบนี้กันแล้ว
คีย์ตอบว่าเขา ถึงยังไงเพื่อนก็สำคัญกว่าแฟนใช่ไหมล่ะ..
ก็แค่เล่นๆกัน...
ก็ไม่มีใครที่จะสำคัญน้อยไปกว่าอีกคน
คนสำคัญ คนละความหมาย...คนละความรู้สึก
“ตกลงวันนี้เราจะไปไหนกันดี ฮะ อนยู คีย์”
“หาอะไรกินก่อน หิวมาก” อนยูทอดเสียงลากยาวตอนท้ายให้ทุกคนยิ้มขำ ก็จริง จงฮยอนก็หิว ยังไม่ได้กินอะไรแต่เช้าเลย
.
.
ลี
แทมินต้องระงับความต้องการของตัวเองอย่างมาก
ควบคุมตัวเองไม่ให้ไปยังชั้นเรียนของคีย์ หนึ่งวันที่ไม่ได้เจอหน้ากัน
หนี่งคืนที่ไม่ได้อยู่ใกล้ ตั้งหนึ่งวัน...แค่นี้ก็ทรมานจะแย่แล้ว
“ยังไม่ตายอีกเหรอ”
แท
มินหันไปมองต้นเสียง คนที่ยืนเฉย หน้าตาไม่บ่งบอกถึงอารมณ์ใดๆ
ถ้าบริเวณนี้มีคนอื่นยืนอยู่
เขาก็คงไม่คิดหรอกว่าคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นห่างกันแค่อีกฝั่งของประตูห้อง
เรียนเขากับราวระเบียง แทมินสงสัยว่าตนเองรู้จักกับอีกฝ่ายตอนไหน
ไม่รู้ว่าใครแต่ก็คุ้นหน้า เพื่อนรุ่นเดียวกัน แต่อยู่คนละห้อง
“เมื่อวานเห็นจู่ๆ ก็ล้มลง วันนี้มาเรียนได้ อึดนี่”
แทมินรู้แล้วล่ะว่าใคร ชเว มินโฮ...นั่นเอง
“ขอบใจนะที่ช่วยฉัน”
มิ
นโฮยืนเฉย มองใบหน้าที่กำลังบอกว่าขอบใจของแทมิน
ปากพูดว่าขอบคุณแต่หน้าไม่ยิ้มเลยสักนิด ก็แค่ขอบคุณ จะเอาอะไรมากล่ะนะ
แค่ขอบคุณจากปากแทมินก็อาจจะได้มากกว่าคนอื่นแล้วมั้ง
“อืม” ฝ่ายนั้นหันหลัง ยืนมองออกไปยังด้านล่าง โรงเรียนมัธยมที่มีการเตะฟุตบอลในสนาม หรือเล่นบาส นั่งจับกลุ่มคุยกันเป็นเรื่องปกติ
“ทำไม
เมื่อกี้ไม่ยิ้ม” คนถามไม่ได้หันมามอง
แต่แทมินเข้าใจได้ทันทีว่ามินโฮหมายความว่ายังไง สังเกตด้วยเหรอ
ถ้าเป็นเขาปกติแล้วจะยิ้มกว้าง ยิ้มกับทุกคน
เป็นคนที่มีอัธยาศัยดีจนมีเพื่อนเยอะ ไม่รู้จักคำว่าความทุกข์
ความเจ็บปวดที่ต้องอดกลั้นความทรมานใจไว้
ไม่ใช่เขาตอนนี้ที่แม้แต่จะเปิดใจให้ใครสักคน...ยังยาก
ตอนนั้นเขาไม่ต้องการใครอีก แค่คนๆ เดียว แต่ตอนนี้คนเดียวที่อยู่ในใจเขา กลับแปรเปลี่ยนเป็น...ไม่มี....
เพราะ
เขากำลังคิดถึงร่างเล็กในอ้อมกอดของเขา คิดถึงใบหน้าที่ไม่ได้เจอกัน
เพราะกำลังคิดถึงคนที่...เกลียด แล้วจะ..ให้เอาอารมณ์ที่ไหนมายิ้มอีก
“แล้วมันเรื่องอะไรของนายล่ะ” ในเมื่อทีแรกไม่ได้ยิ้ม..งั้นก็ไม่ต้องปิดบังนิสัย...ตัวเอง จะให้สร้างภาพด้านดีๆ ตอนนี้ ช้าไปแล้ว
มิ
นโฮหันกลับมามอง...ตกใจกับคำพูดพอสมควร
มันฉีกภาพลักษณ์ของแทมินในสายตาของใครต่อใครมากนัก บ้านรวย เรียนเก่ง
หน้าตาดี อัธยาศัยดีเป็นเลิศแบบนี้ แท้จริงแล้วมันไม่ใช่
“อืม”
แทมินจะหันหลังกลับเข้าห้อง ในเมื่อแค่ขอบคุณแล้วก็จบ ก็ไม่มีอะไรที่ต้องคุยต่อแล้ว ไม่ได้รู้จักกันเป็นพิเศษจนต้องสานต่อ
“พี่นายไม่มาเรียนเหรอ..”
“อะไรนะ”
“อ้าว
ก็เมื่อเช้า” จะบอกดีไหมว่าที่จริงแล้วเขาน่ะอยู่ที่เดียวกับเพื่อนคีย์
ตอนเช้าออกมาจากตึกก็เห็นว่าสองคนนี้ออกไปด้วยกัน
โดยที่ไม่ได้ใส่ชุดนักเรียน... แน่นอนว่าแทมินน่ะดัง ทั้งแทมิน
ทั้งคีย์สองพี่น้องคู่นี้น่ะดัง ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่สนใจเรื่องนี้เลย
ฐานะมันแตกต่างกันก็แบบนี้ล่ะ
เขารู้จักอีกฝ่ายแต่แทมินไม่รู้จักเรื่องเขาเลยสักนิด ตลกดีชีวิต
“นี่
นายอยู่ที่นั่น ที่เดียวกับพี่จงฮยอนใช่ไหม”
แทมินทำหน้าสงสัยแต่ดูเหมือนจะเข้าใจอะไรได้ง่าย แค่เขาทัก ก็เดาออกได้
มีข้อมูลของมินโฮแล้วแต่ยังไม่ได้มีกระจิตกระใจจะสนใจ
ก็พอคาดเดาได้ว่ามินโฮจะต้องอยู่แถวนั้นแต่แรก ถึงได้มาช่วยเขาได้
เพราะตึกแถวนั้นเป็นห้องเช่าซะส่วนใหญ่
“อืม”
แทมินเข้าใจแล้วล่ะว่าตัวเองน่ะ ใจดีเกินไปจริงๆ
คีย์
ไม่กลัว ไม่กังวลเลยสักนิด เขาก็แค่ไล่ออกจากบ้าน มันยังเบาไปใช่ไหม
นี่เขาคงต้อง ไล่คีย์ออกไปจากชีวิตก่อน ถึงจะนึกเสียใจ...ที่ทำแบบนี้กับเขา
.
.
“ฉัน
ยังไม่รู้ว่าคีย์เค้าเจออะไรมา
แต่ก็พอรู้ว่ามันเกี่ยวข้องกับใคร..แทมินไงล่ะ ต้นเหตุทั้งหมด”
จงฮยอนกับอนยูนั่งปรึกษากันอยู่หน้าร้าน 7 eleven
อนยูรับฟังก่อนที่คนตัวบางจะเดินถือแก้วเป็ปซี่ถ้วยใหญ่พร้อมถุงขนมออกมาให้
ใบหน้าที่ยิ้มแย้มนั้นกำลังเก็บซ่อนความเจ็บปวดไว้กับตัวเองคนเดียว
“ตกลงว่าหิวหรือไม่หิวกันแน่” คีย์ถามขึ้น จงฮยอนตอบทันใด
“ก็แล้วแต่คีย์ก็ได้”
“ฉันไม่หิวเท่าไหร่”
“งั้นยังไม่กินก็ได้ไง”
“อ้าว แล้วอนยูล่ะ”
“ก็ นิดหน่อย ทนได้ถึงมือกลางวัน”
เพราะว่าความกังวลมันมีมากกว่า….
เป็นห่วง.....แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่รู้อะไรเลย
To b con

